| |
![]() |
back to english |

![]() Sikorsky CH-53 | ||
| Sikorsky CH-53D (Sea Stallion) เป็นเฮลิคอปเตอร์ขนาดกลาง ที่มีหน้าที่หลัก ในการขนสัมภาระ และอุปกรณ์ ต่างๆ
หน้าที่รอง คือการขนส่งทหารขึ้นฝั่ง เครื่องเฮลิคอปเตอร์นี้ ครั้งแรกเข้าประจำการ เมื่อต้นปี 1960 ในระหว่างสงครามเวียตนาม โดย CH-53A (Sea Stallion). เครื่อง CH-53D ปัจจุบัน ใช้ในการกู้ เครื่อง
บินที่ตกด้วย นอกจากนั้นยังใช้ในการกวาดทุ่นระเบิด เครื่อง CH-53D เป็นเครื่องที่ใช้เครื่องยนต์สองเครื่องยนต์ในการหมุน ใบพัดหลักเพียงชุดเดียว ชุดใบพัดหลัก ประกอบด้วยใบพัดหกใบ และมีระบบ
ออโตเมติค ในการควบคุม การบิน เพื่อลดความเครียดของนักบิน ในการบินระยะทางไกลๆ เครื่อง CH-53D รับคำสั่งเมื่อต้นปี 1960 จาก Marine Corps ของกองทัพสหรัฐฯ ที่ต้องการเครื่องเพื่อยกของหนักๆ
เฮลิคอปเตอร์ นี้ทำการบินครั้งแรกเมื่อ เดือน ตุลาคม ปี 1964 เครื่อง Sikorsky CH-53E (Super Stallion) เป็น เฮลิคอปเตอร์ที่ ใหญ่ที่สุด ในการ ยกสัมภาระ ของ ประเทศตะวันตก มันสามารถที่จะยก สัมภาระได้ถึง 36,000 ปอนด์ มันเป็นเครื่องเฮลิคอปเตอร์ ที่มีไม่กี่เครื่อง ในโลกนี้ที่ใช้เครื่องยนต์ สาม เครื่องยนต์ และ สามารถ เติมน้ำมัน เชื้อเพลิง กลางอากาศได้ มีสายสลิงยกของภายนอกได้ ซึ่งสามารถ ยกอาวุธ เช่นปืนใหญ่ สามารถ ยกรถหุ้มเกราะ ขนส่งทหารได้ สามารถยกรถถังขนาดเบา และบรรทุกทหาร มีห้องใส่สัมภาระ ที่ใหญ่ เครื่อง CH-53E พัฒนามา จากเครื่อง ตระกูล CH-53 ซึ่งมีสิ่งที่เปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายอย่าง ที่ทำให้เครื่องสามารถยกน้ำหนักได้มากขึ้น การเพิ่ม ประสิทธิภาพ ประกอบไปด้วย เพิ่มเครื่องยนต์ เครื่องที่ สาม เพิ่มใบพัดหลัก เป็น เจ็ดใบ เพื่อเพิ่มแรงยก ปรับปรุงใบพัดหลัก และใบพัดหาง โดยใช้ วัสดุผสม (composite) มีจุดยกภายนอกสองจุด เครื่องสามารถบิน อยู่ในอากาศได้ ถึง สี่ ชั่วโมงครึ่ง Super Stallion สามารถยกอุปกรณ์ หนักๆ ผ่านป่าและภูเขาได้ทุกสภาพอากาศ และกลางคืนนอกจากการ เพิ่ม เครื่องยนต์ และเพิ่มใบพัดหลัก แล้ว สิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงมาก อีกอย่างคือ การเปลี่ยนแปลง ของส่วนหาง โดย กระโดงหาง ใหญ่ขึ้น ใบพัดหางติดตั้งต่ำลงมา มีแพนหางอยู่สูง ใบพัดหางก็ติดตั้งให้เอียง ประมาณ 20 องศา จึงทำให้ ใบพัดหาง ช่วยในการออกแรงยก ให้กับเครื่องด้วย ซึ่งนอกจากการทำหน้าที่ ต้านการหมุน อันเนื่องมาจากการหมุนของ ใบพัดหลัก เครื่องที่สร้างเครื่องแรก ทำการบิน เมื่อเดือน ธันวาคม ปี 1980 และส่งมอบให้ Marine ในกลางปี 1981. | ||
| คุณลักษณะของ Sikorsky CH-53D and CH-53E | ||
| CH-53D SEA STALLION | CH-53E SUPER STALLION | |
| เครื่องยนต์ (turboshaft) | GE TE64-GE-413 or GE TE-GE-415 |
GE TE64-GE-416 or GE TE-GE-416A |
| กำลังเครื่องยนต์ | 3,925 shp | 4,380 shp |
| จำนวนเครื่องยนต์ | 2 | 3 |
| ใบพัดหลัก (diameter) | 72 ft 3 in 6 blades |
79 ft 7 blades |
| น้ำหนักสูงสุด | 50,000 lbs. | 69,750 lbs. |
| จำนวนเจ้าหน้าที่ | 2 pilots 1 crew man | 2 pilots 1 crew man |
| จำนวนผู้โดยสาร | 37 passengers | 55 passengers |
| ความยาว(รวมใบพัด) | 88 ft 3 in. | 99 ft 0.5 in. |
| ความสูง | 24 ft 11 in. | 28 ft 4 in. |
| ความเร็วปกติ | 160 kts | 150 kts |
| ระยะทำการบิน | 578 nm. | 480 nm |
| อาวุธ (Combat version) | three of 7.62 miniguns or 0.50 caliber machine guns |
Counter Measures Radar Hazard Warning Infared Jammer Missile Warning System Flare Dispenser |
![]() |
ห้องนักบิน CH-53 | |
| 1 nm.(nautical mile) = 1.15155 miles, 1 kt (knot) = 1.15155 mile / hr. 1 mach = 761 mph.(SL,ISA) |
||
© 2002 Thai Technics.Com All Rights Reserved | ||
| Contact Webmaster | ||